The Silence of the Lambs ออสการ์ ปี 1991

The Silence of the Lambs เป็นภาพยนตร์แนวจิตวิทยา – สยองขวัญ ซึ่งสร้างจากนวนิยายจิตวิทยา The Silence of the Lambs เขียนโดย Thomas Harris ซึ่งเป็นนิยายเล่มที่ 2 ซึ่งถูกถ่ายทำและออกฉายก่อน โดยออกฉายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1991 กำกับโดย Jonathan Demme เขียนบทโดย Ted Tally นำแสดงโดย โจดี ฟอสเตอร์ และ แอนโทนี ฮ็อปกินส์ สำหรับเนื้อเรื่องของ The Silence of the Lambs เป็นเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ฝึกงานเอฟบีไอชื่อว่า แคลลิช สตาร์ลิ่ง ได้รับมอบหมายให้ทำคดีเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็กหญิง และการฆาตกรรมต่อเนื่อง โดยฆาตกรที่ใช้นามแฝงว่า บัฟฟาโร่ บิล คดีสะเทือนขวัญและการหาตัวฆาตกรโหดผู้นี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยากเพราะฆาตกรมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและบุคลิกของตนเอง เธอต้องสืบคดีโดยต้องไปรับคำแนะนำจาก ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ อดีตฆาตกรโหดที่มีวิธีการฆ่าที่เลือดเย็นและโหดเหี้ยม ซึ่ง ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ ได้บอกใบ้บางอย่างเกี่ยวกับ บัฟโฟโล่ บิล ที่แฝงในตัวเขาและเธอได้ไขปริศนาและหาตัวฆาตกรตัวจริงให้ได้ก่อนที่จะมีเหยื่อสังเวยไปมากกว่านี้

The Silence of the Lambs สามารถทำรายได้สูงถึง 272 ล้านดอลลาห์สหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 19 ล้านดอลลาห์ ทั้งยังโกยคำวิจารณ์จากสื่อในด้านต่างๆจำนวนมากว่าเป็นหนังจิตวิทยาที่ดีที่สุด ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 1991 The Silence of the Lambs สามารถกวาดรางวัลใหญ่ได้ถึง 5 รางวัล ได้แก่  สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม, สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และ สาขานักแสดงนำหญิง

 

Frozen แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมปี 2013

Frozen หรือ ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น – แฟนตาซี – คอมมาดี้ สร้างโดย วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ ซึ่งเป็นแอนิเมชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานเรื่อง ราชินีหิมะ แต่งโดย ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน และเป็นแอนิเมชั่นลำดับที่ 50 ของสตูดิโอ ดิสนีย์ เริ่มแรกในการสร้างแอนิเมชั่นเรื่องนี้นั้น ในปี 2010 ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Tangled ที่ออกฉายนั้นทำรายได้ไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักโดยทีมงานจึงมีการเขียนบทแอนิเมชั่นเรื่องใหม่ คือ Frozen และส่งให้ทางสตูดิโอดิสนี่ย์ เพื่อหวังจะแก้ตัวใหม่ในเรื่องนี้ โดยได้มีการแก้ไขบทหลายครั้งเพื่อให้ออกมาดีที่สุด จนกระทั่งแอนิเมชั่น Frozen เริ่มถ่ายทำขึ้นช่วงกลางปี 2011 และออกฉายในวันที่ 5 ธันวาคม 2013

Frozen นับว่าสามารถทำให้วงการแอนิเมชั่นที่กำลังซบเซากลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งด้วยบทเพลงที่ไพเราะ เนื้อเรื่องที่สนุกสนานและการซื้อลิขสิทธิ์ออกฉายในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ Frozen สามารถทำรายได้ทั่วโลกถึง 1,274 ล้านดอลลาห์สหรัฐนับว่าเป็นแอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล และลำดับที่ 5 ภาพยนตร์ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในปี 2013 นอกจากนี้แล้วยังส่งผลให้เพลงอย่าง Let It Go ติดท็อปชาร์ทหลายสัปดาห์และได้รับการร้องเป็นภาษาต่างประเทศกว่า 30 ภาษาทั่วโลก นักวิจารณ์บางคนระบุว่า Frozen เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่ยุคดิสนีย์เฟื้องฟู รวมถึงคำวิจารณ์จากสื่อมวลชนและผู้ชมทั่วโลกว่าเป็น แอนิเมชั่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยมีมา ในการประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 2013 Frozen สามารถคว้ารางวัลแอนเมชั่นยอดเยี่ยม และ เพลงประกอบยอดเยี่ยมไปครองสำเร็จ นอกจากนี้ยังสามารถคว้ารางวัลอื่นๆมากมาย เช่น ลูกโลกทองคำ, บาฟต้า, รางวัลนักวิจารณ์คัดสรร และ รางวัลแอนนี่ ที่คว้าถึง 5 รางวัล

เบนเฮอร์ ภาพยนตร์คลาสสิกเรื่องแรกที่ได้รางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เบนเฮอร์ (Ban Hur) เป็นภาพยนตร์คลาสสิคออกฉายในปี 1959 และเป็นภาพยนตร์ที่จัดว่าทุ่มทุนสร้างมากที่สุดในปีนั้นด้วยความยาวของหนัง 212 นาที และฉากต่างๆของหนังที่จัดว่าอลังกาลและโปรดักชั่นที่ใหญ่มากในสมัยนั้น ตัวหนังนำแสดงโดย ชาร์ลตัน เฮสตัน นักแสดงชายชื่อดังในตอนนั้น เบนเฮอร์ จัดว่าเป็นภาพยนตร์คลาสสิคที่หายากในปัจจุบันโดยเฉพาะฉบับพากย์ไทยดั้งเดิม แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการนำมารีมาสเตอร์ใหม่ในรูปแบบ ดีวีดและบูลเรย์ เบนเฮอร์นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในปีนั้นด้วยรายได้ทั่วโลก 146 ล้านดอลลาห์ในตอนนั้น รวมถึงหนังเรื่องนี้นับว่าเป็นหนังเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลออสการ์มากถึง 11 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลที่มากที่สุดใน 14 รางวัลที่ประกาศผล โดยสถิตินี้เทียบเท่าภาพยนตร์เรื่อง ไททานิค และ ลอร์ดออฟเดอะริงส์: มหาสงครามชิงพิภพ ซึ่งคว้ารางวัล 11 รางวัลเช่นกัน

เบนเฮอร์ เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคโรมัน โดยบอกเล่าผ่านตัวละครที่ชื่อว่า จูดา เบนเฮอร์ ทหารโรมันคนสนิทของ เมซซาล่า ที่เติบโตมาดุจเพื่อนและญาติมิตร แต่ทว่าในยุคดังกล่าวความขัดแย้งในเรื่องของศาสนาและการนับถือเทพเจ้าโรมันอุบัติขึ้นมา ชาวยิวที่มีความเชื่อว่าจะมีผู้ที่มาปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ ซึ่ง เบนเฮอร์ เองมีสายเลือดยิว และไม่ยอมทรยศต่อชาวยิว วันหนึ่งขณะที่แม่ทัพคนใหม่กำลังเคลื่อนขบวนจากเมืองเยรูซาเล็มมายังโรม ปรากฏว่าน้องสาวของเบนเฮอร์ทำกระเบื้องหล่นใส่แม่ทัพโดยไม่ตั้งใจ เบนเฮอร์รับผิดแทนน้องสาวและยอมถูกขังพร้อมกับทุกปลดไปเป็นทาสจนต้องพลัดพรากจากแม่และน้องสาวของตน เรื่องราวการผจญภัยที่การกอบกู้เกรียติยศของตนเองก็เริ่มขึ้น

ไททานิก Titanic

ไททานิก เป็นชื่อของภาพยนตร์แนว ดราม่า – ประวัติศาสตร์ ผลิตโดย ทเวนตีส์เซ็นจูรีฟ็อกซ์ และ พาราเมาต์พิกเจอส์ นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ และ เคต วินสเลต กำกับโดย เจมส์ คาเมรอน ออกฉายในปี 1997 เรื่องราวประวัติศาสตร์ของ อาร์เอ็มเอส ไททานิค เรือโดยสารที่โด่งดังที่สุดยุคปี 1900 ซึ่งอัปบางลงในการเดินทางครั้งแรก ในปี 1912 นับว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

ไททานิค ใช้ทุ่นสร้างสูงถึง 200 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ซึ่งนับว่ามากกว่าทุ่นสร้างเรือไททานิคลำจริงเสียอีก โดยตัวภาพยนตร์บอกเล่าผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และความรักระหว่างหนุ่ม-สาว ต่างชนชั้น ซึ่งตัวหนังที่ออกฉายมาความยาว 3 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งออกฉายในวันที่ 24 ธันวาคม 1997 ไททานิคนับว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำรายได้สูงถึง 2.1 พันล้านดอลลาห์ และขึ้นอันดับ 1 หนังทำเงินสูงที่สุดตลอดกาลเป็นเวลาถึง 12 ปี ก่อนจะถูกล่มแชมป์โดยภาพยนตร์เรื่อง อวตาร ซึ่งกำกับโย เจมส์ คาเมรอน เช่นกัน แต่หากว่านำรายได้ในตอนนั้นมาคิดเป็นค่าเงินปัจจุบันจัดว่า ไททานิค ยังคงทำรายได้สูงกว่า อวตาร

ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 1997 ไททานิคสามารถคว้ารางวัลมากถึง 11 รางวัล ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ต่อจาก เบนเฮอร์ ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ จากมีรายชื่อเข้าชิงรางวัล 14 รางวัลซึ่งมากที่สุดในการประกาศผล โดย เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาสร้างใหม่

ออสการ์ สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ออสการ์ สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เป็นหนึ่งในรางวัลใหญ่ของงานประกาศผลรางวัลออสการ์ และ งานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์อื่นๆ แต่สำหรับออสการ์แล้วนับว่าเป็นงานประกาศผลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการ ซึ่งรางวัลดังกล่าวทาง สถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ เป็นผู้มอบให้เพื่อเป็นเกรียติแก่บุคคลในวงการบันเทิงคือ ผู้กำกับที่ทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยการประกาศผลหรือผู้เข้าชิงนั้นต้องเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนั้นๆด้วยตนเอง ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องถูกเลือกโดยสมาชิกในวงการและคณะกรรมการผู้จัดงานประกาศผล สำหรับงานประกาศผลรางวัลออสการ์ สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมนั้นถูกจัดและมอบหมายให้แก่ผู้กำกับภาพยนตร์มาแล้วถึง 62 คนนับตั้งแต่การจัดงานตลอด 89 ปีที่ผ่านมา ในช่วงปี 1927 ทั้งนี้การประกาศผลรางวัลดังกล่าวนั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 1929 ทั้งนี้การประกาศผลจะเลือกผู้กำกับเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับรางวัล ซึ่งในครั้งที่ 1 มีการประกาศรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมถึง 2 รางวัล ต่อมาลดเหลือเพียงรางวัลเดียว และต่อมาในปี 2008 การประกาศผลครั้งที่ 80 มีการเพิ่มรางวัลอีกประเภทคือ ทีมกำกับภาพยนตร์ เช่นเดียวกับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมอีกด้วย ทั้งนี้การประกาศผลนั้นผู้กำกับที่ได้รางวัลนั้นสามารถได้รับรางวัลนั้นๆได้อีกในการประกาศผลครั้งถัดไป หากผลงานเข้าตาคณะกรรมการ แต่ส่วนใหญ่เกือบไม่มีใครได้รับรางวัลติดต่อกันในการประกาศผลแต่ละปี สถิติที่ผ่านมานั้นผู้กำกับที่ได้รับรางวัลมากที่สุดคือ จอห์น ฟอร์ด ได้รับ 4 รางวัล และผู้กำกับที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง คือ จอห์น ซิงเกิลตัน อายุ 24 ปี จากภาพยนตร์เรื่อง Boyz N the Hood ปี 1991

รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม เป็นหนึ่งในรางวัลออสการ์โดยสถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์เพื่อมอบให้กับนักแสดงชายผู้มีการแสดงที่โดดเด่นในการทำงานกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เหล่านักแสดงชายจะได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในสาขารางวัลนี้โดยสมาชิกออสการ์ผู้ซึ่งเป็นนักแสดงด้วยกันเอง และผู้ที่ได้รับรางวัลจะถูกเลือกจากสมาชิกทุกคน  ตลอด 81 ปีที่ผ่านมา สถาบันศิลปะและวิชาการทางภาพยนตร์ได้มอบรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ให้แก่นักแสดงชายทั้งหมด 72 คน ซึ่งทุกคนได้รับรูปปั้นรางวัลออสการ์รูปแบบเดียวกัน นักแสดงชายคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้คือ วอลเทอร์ เบรนแนน ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 9 ในปีค.ศ. 1936 จากภาพยนตร์เรื่อง Come and Get It และ The Way of All Flesh ส่วนนักแสดงชายที่ได้รับรางวัลนี้คนล่าสุดคือ มาร์ค ไรแลนซ์ ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 88 ประจำปีค.ศ. 2016 จากภาพยนตร์เรื่อง Bridge of Spies  งานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 9 ในปีค.ศ. 1937ได้แยกรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมออกจากกัน เนื่องจากมีผู้แสดงความคิดเห็นว่านักแสดงนำนั้นปรากฏในภาพยนตร์มากกว่านักแสดงสมทบ อย่างไรก็ตาม ไลโอเนล แบร์รีมอร์ยังได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง A Free Soul ในปีค.ศ. 1931 และ ฟรานโชท์ โทนก็ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Mutiny on the Bounty ในปีค.ศ. 1936 โดยที่ทั้งสองแสดงในบทบาทนักแสดงสมทบชายอย่างชัดเจน

ปัจจุบันรางวัลนี้เป็นรางวัลออสการ์สำหรับการแสดง เช่นเดียวกับ รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม

 

ที่มาของซื่อรางวัลออสการ์

ออสการ์ นั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ กรณีแรก ในชีวประวัติของนักแสดงหญิงรางวัลออสการ์ชื่อ Bette Davis ได้อ้างว่าเธอเป็นผู้ตั้งชื่อให้กับรูปปั้นนี้ เนื่องจากด้านหลังของรูปปั้นนั้นดูคล้ายของสามีคนแรกของเธอที่ชื่อ Harmon Oscar Nelson เธอจึงใช้ชื่อกลางของเขาตั้งชื่อรูปปั้นว่า ออสการ์ ทางด้านนิตยสารไทม์ได้มีการกล่าวถึงคำว่า ออสการ์ ในบทความที่เกี่ยวกับงานประกาศผลอคาเดมีอวอร์ดสครั้งที่ 6 ในปี ค.ศ. 1934และกล่าวถึงการรับรางวัลของ Bette Davis ในปี ค.ศ. 1936นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงวอลต์ ดิสนีย์ ว่าเขาได้ขอบคุณอคาเดมีสำหรับรางวัลออสการ์ของเขาในต้นปี ค.ศ. 1932

กรณีที่สอง ได้มีการอ้างว่า Margaret Herrick เลขานุการผู้บริหารของอคาเดมี เป็นผู้ตั้งชื่อให้กับรูปปั้นนี้ในปี ค.ศ. 1931 เธอเป็นคนแรกที่ได้เห็นถ้วยรางวัล เนื่องจากรูปปั้นนี้มีลักษณะคล้ายลุงของเธอ เธอจึงตั้งชื่อรูปปั้นนี้ตามชื่อลุงของเธอว่า ออสการ์ อย่างไรก็ตามทั้งคำว่า ออสการ์ และ อคาเดมีอวอร์ดส ต่างก็เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของสถาบันนื้  แม่พิมพ์ต้นฉบับของรูปปั้นออสการ์ทำขึ้นในปีค.ศ. 1928 ที่ C.W. Shumway & Sons Foundry ในบาทาเวีย รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งแม่พิมพ์ของถ้วยรางวัลเอมมีและรางวัล Vince Lombardi Trophy ก็ทำขึ้นจากที่นี่เช่นเดียวกัน ในแต่ละปีรูปปั้นรางวัลออสการ์จำนวนประมาณ 40 อัน จะทำขึ้นที่ชิคาโก โดยบริษัท R.S. Owens หากมีรูปปั้นใดทำออกมาแล้วไม่มีคุณภาพ รูปปั้นนั้นจะถูกตัดเป็นสองท่อนแล้วนำไปหลอมละลาย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รูปปั้นรางวัลออสการ์ที่มอบให้กับผู้รับรางวัลจะทำจากปูนปลาสเตอร์ โดยจะให้รูปปั้นที่ทำจากทองคำหลังสงครามสิ้นสุด

เจ้าของรางวัล ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในปี 2015

งานประกาศผลรางวัลออสการ์ในปี 2015 ต้องบอกเลยว่าเป็นปีที่ต้องบอกเลยว่าใครที่ได้ดูได้ติดตามกันพูดได้เลยว่ามีคนในวงการบันเทิงมาร่วมงานกันอย่างมากมายเลยจริงๆเป็นงานที่ต้องบอกเลยว่า มีคนในวงการนี้การจ้องลุ้นรางวัลต่างๆมากมายกันและคนทั่วโลกก็ได้ติดตามกันอีกด้วย  ถ้าพูดถึงรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม  ในปี 2015 ต้องบอกเลยว่ามีด้วยกันถึง 5 คนด้วยกันที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ แต่เป็นทางด้านของ  อาเลคันโดร กอนซาเลซ อีญาร์รีตู  ที่กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Revenant เราไปทำความรู้จักกับผู้กำกับคนนี้กันดีกว่า เกิดวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1963 เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ นักเขียนบท โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ และนักประพันธ์เพลง ชาวเม็กซิโก ผลงานภาพยนตร์ 5 เรื่องของเขาได้แก่ Amores perros (2000), 21 Grams (2003), Babel (2006), Biutiful (2010) และ Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (2014) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์หลายรางวัล เขาได้รับรางวัลออสการ์ 4 รางวัล ได้แก่สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม บทประพันธ์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม กำกับภาพยอดเยี่ยม และภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Birdmanเขามีผลงานดังต่อไปนี้ ภาพยนตร์ Death Trilogy” Amores perros (2000) 21 Grams (2003) Babel (2006) Biutiful (2010) Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (2014) และเรื่องล่าสุด The Revenant (2015) และผลงานหนังสั้น อย่าง Detrás del dinero (1995)  El Timbre (1996) Powder Keg (2001) (“The Hire” series for บีเอ็มดับเบิลยู) 11’09″01 September 11 (2002) Chacun son cinema (2007) (segment “ANNA”)Naran Ja (One Act Orange Dance) (2012) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ฝีมือดีอีกหนึ่งคนของโลก ใครที่ชอบฝีมือของเขาก็อย่าลืมติดตามผลงานของเขากันได้เลย

 

เจ้าของรางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ในปี 2015

ดารานำหญิงคนนี้ต้องบอกเลยว่าเธอคนนี้ทำให้เราปลื้มอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว สาวสวยที่มากด้วยความสามารถอย่างแท้จริงและยอดเยี่ยมด้วยการแสดงและการเล่นดนตรี เธอคนนี้คือ บรี ลาร์สัน หรือ ไบรแอนน์ ซีโดนี เดโซเนียร์ เป็นนักแสดง ผู้กำกับ และนักร้องชาวอเมริกัน เกิดในแซคราเมนโต แคลิฟอร์เนีย ลาร์สันเข้าศึกษาในระบบบ้านเรียนก่อนที่เธอจะเรียนการแสดงที่โรงละครอเมริกันคอนเซอเวอทรีเธียเตอร์ เธอเริ่มต้นอาชีพด้วยการแสดงละครโทรทัศน์ และปรากฏตัวเป็นประจำในละครซิตคอมเรื่อง Raising Dad (2001) ซึ่งทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงเด็กสาขานักแสดงนำเด็กหญิงจากซีรีส์ทางโทรทัศน์ประเภทตลก ลาร์สันยังมีบทบาทเล็ก ๆ ในภาพยนตร์ปี ค.ศ. 2004 เรื่อง ต๊กกะใจ ตื่นขึ้นมา 30 และ คืนกรี๊ดสี่สาวโจ๊ะ การแสดงของเธอในภาพยนตร์ตลกเรื่อง สู้เพื่อฮูก ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงเด็กอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 2006 และรับบทสนับสนุนในภาพยนตร์เรื่อง กรีนเบิร์ก 40 ปี ชีวิตจะไปทางไหนดี,สก็อตต์ พิลกริม VS เดอะ เวิลด์, สายลับร้ายไฮสคูล และ รักติดเรท ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 – 2011 ลาร์สันยังรับบทเป็นวัยรุ่นสาวปากเสียในซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง United States of Tara ลาร์สันพลิกบทบาทครั้งสำคัญในภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง ชอร์ท เทอม (2013) ซึ่งได้รับคำยกย่องอย่างกว้างขวางจากนักวิจารณ์ และประสบความสำเร็จอีกครั้งในปี ค.ศ. 2015 เมื่อเธอได้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง รูม ขังใจไม่ยอมไกลกัน ซึ่งมีบทดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของเอ็มมา โดโนฮิวที่ได้รับรางวัลแมนบุคเคอร์ ลาร์สันได้รับคำวิจารณ์ตอบรับที่ดีและได้รับรางวัลหลายรางวัล รวมถึงรางวัลออสการ์, รางวัลแบฟตา และรางวัลลูกโลกทองคำในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

เจ้าของรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ในปี 2015

 

 

 

 

ดารานำชายคนนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพเป็นอย่างมาก ลีลาการเล่นภาพยนตร์ของเขาโดดเด่นเป็นอย่างชัดเจน และมีผลงานการเล่นหนังภาพยนตร์ที่มากมาย แต่เขาก็เคยมีชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รางวัลนี้ เขาคนนี้คือ ลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ ประวัติการแสดง ในปี 2536 ดิแคพรีโอ ได้แสดงร่วมกับ จอห์นนี เดปป์ เรื่อง What’s Eating Gilbert Grape ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์และลูกโลกทองคำเป็นครั้งแรกจากผลงานในบทชายหนุ่มพิการทางปัญญา นอกเหนือจากนั้นเขาได้รับรางวัล National Board of Review Award ด้าน Best Supporting Actor และรางวัล Los Angeles Film Critics Association’s New Generation Award หนังที่สร้างชื่อให้เขา ในปี ภาพยนตร์เรื่อง ไททานิก ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ สำหรับภาพยนตร์เรื่องไททานิกได้รับรางวัลออสการ์ 11 รางวัล รวมทั้ง Best Picture และยังคงเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้อันดับ 2 ของโลกรองจากเรื่อง อวตารอีกด้วย ต่อมาเขาแสดงสองบทบาทในเรื่อง The Man in the Iron Mask และหลังจากนั้นได้แสดงในเรื่อง The Beach ที่มีบางฉากถ่ายทำในประเทศไทยและต่อมาในภาพยนตร์ของ วู้ดดี้ อัลเลนเรื่อง Celebrityนักแสดงชาวอเมริกันคนนี้  ผู้ชนะรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์ดรามา และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแบฟตา ในปี 2557 ดิแคพรีโอยังได้รับยกย่องให้เป็นนักแสดงแห่งปีที่งานเทศกาลฮอลลีวูด ฟิล์ม และในปี 2016 เขากวาดรางวัลด้านการแสดงในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง The Revenant หลายสถาบันรวมถึงรางวัลออสการ์, รางวัลแบฟตา และรางวัลลูกโลกทองคำอีกด้วย