The Silence of the Lambs ออสการ์ ปี 1991

The Silence of the Lambs เป็นภาพยนตร์แนวจิตวิทยา – สยองขวัญ ซึ่งสร้างจากนวนิยายจิตวิทยา The Silence of the Lambs เขียนโดย Thomas Harris ซึ่งเป็นนิยายเล่มที่ 2 ซึ่งถูกถ่ายทำและออกฉายก่อน โดยออกฉายในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1991 กำกับโดย Jonathan Demme เขียนบทโดย Ted Tally นำแสดงโดย โจดี ฟอสเตอร์ และ แอนโทนี ฮ็อปกินส์ สำหรับเนื้อเรื่องของ The Silence of the Lambs เป็นเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ฝึกงานเอฟบีไอชื่อว่า แคลลิช สตาร์ลิ่ง ได้รับมอบหมายให้ทำคดีเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็กหญิง และการฆาตกรรมต่อเนื่อง โดยฆาตกรที่ใช้นามแฝงว่า บัฟฟาโร่ บิล คดีสะเทือนขวัญและการหาตัวฆาตกรโหดผู้นี้ค่อนข้างเป็นไปได้ยากเพราะฆาตกรมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและบุคลิกของตนเอง เธอต้องสืบคดีโดยต้องไปรับคำแนะนำจาก ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ อดีตฆาตกรโหดที่มีวิธีการฆ่าที่เลือดเย็นและโหดเหี้ยม ซึ่ง ดร.ฮันนิบาล เลคเตอร์ ได้บอกใบ้บางอย่างเกี่ยวกับ บัฟโฟโล่ บิล ที่แฝงในตัวเขาและเธอได้ไขปริศนาและหาตัวฆาตกรตัวจริงให้ได้ก่อนที่จะมีเหยื่อสังเวยไปมากกว่านี้

The Silence of the Lambs สามารถทำรายได้สูงถึง 272 ล้านดอลลาห์สหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 19 ล้านดอลลาห์ ทั้งยังโกยคำวิจารณ์จากสื่อในด้านต่างๆจำนวนมากว่าเป็นหนังจิตวิทยาที่ดีที่สุด ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 1991 The Silence of the Lambs สามารถกวาดรางวัลใหญ่ได้ถึง 5 รางวัล ได้แก่  สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม, สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และ สาขานักแสดงนำหญิง

 

Frozen แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมปี 2013

Frozen หรือ ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น – แฟนตาซี – คอมมาดี้ สร้างโดย วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ ซึ่งเป็นแอนิเมชั่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานเรื่อง ราชินีหิมะ แต่งโดย ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน และเป็นแอนิเมชั่นลำดับที่ 50 ของสตูดิโอ ดิสนีย์ เริ่มแรกในการสร้างแอนิเมชั่นเรื่องนี้นั้น ในปี 2010 ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Tangled ที่ออกฉายนั้นทำรายได้ไม่ค่อยพอใจเท่าใดนักโดยทีมงานจึงมีการเขียนบทแอนิเมชั่นเรื่องใหม่ คือ Frozen และส่งให้ทางสตูดิโอดิสนี่ย์ เพื่อหวังจะแก้ตัวใหม่ในเรื่องนี้ โดยได้มีการแก้ไขบทหลายครั้งเพื่อให้ออกมาดีที่สุด จนกระทั่งแอนิเมชั่น Frozen เริ่มถ่ายทำขึ้นช่วงกลางปี 2011 และออกฉายในวันที่ 5 ธันวาคม 2013

Frozen นับว่าสามารถทำให้วงการแอนิเมชั่นที่กำลังซบเซากลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งด้วยบทเพลงที่ไพเราะ เนื้อเรื่องที่สนุกสนานและการซื้อลิขสิทธิ์ออกฉายในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้ Frozen สามารถทำรายได้ทั่วโลกถึง 1,274 ล้านดอลลาห์สหรัฐนับว่าเป็นแอนิเมชั่นที่ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาล และลำดับที่ 5 ภาพยนตร์ทำรายได้สูงที่สุดตลอดกาลในปี 2013 นอกจากนี้แล้วยังส่งผลให้เพลงอย่าง Let It Go ติดท็อปชาร์ทหลายสัปดาห์และได้รับการร้องเป็นภาษาต่างประเทศกว่า 30 ภาษาทั่วโลก นักวิจารณ์บางคนระบุว่า Frozen เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่ยุคดิสนีย์เฟื้องฟู รวมถึงคำวิจารณ์จากสื่อมวลชนและผู้ชมทั่วโลกว่าเป็น แอนิเมชั่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยมีมา ในการประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 2013 Frozen สามารถคว้ารางวัลแอนเมชั่นยอดเยี่ยม และ เพลงประกอบยอดเยี่ยมไปครองสำเร็จ นอกจากนี้ยังสามารถคว้ารางวัลอื่นๆมากมาย เช่น ลูกโลกทองคำ, บาฟต้า, รางวัลนักวิจารณ์คัดสรร และ รางวัลแอนนี่ ที่คว้าถึง 5 รางวัล

เบนเฮอร์ ภาพยนตร์คลาสสิกเรื่องแรกที่ได้รางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์

เบนเฮอร์ (Ban Hur) เป็นภาพยนตร์คลาสสิคออกฉายในปี 1959 และเป็นภาพยนตร์ที่จัดว่าทุ่มทุนสร้างมากที่สุดในปีนั้นด้วยความยาวของหนัง 212 นาที และฉากต่างๆของหนังที่จัดว่าอลังกาลและโปรดักชั่นที่ใหญ่มากในสมัยนั้น ตัวหนังนำแสดงโดย ชาร์ลตัน เฮสตัน นักแสดงชายชื่อดังในตอนนั้น เบนเฮอร์ จัดว่าเป็นภาพยนตร์คลาสสิคที่หายากในปัจจุบันโดยเฉพาะฉบับพากย์ไทยดั้งเดิม แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการนำมารีมาสเตอร์ใหม่ในรูปแบบ ดีวีดและบูลเรย์ เบนเฮอร์นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในปีนั้นด้วยรายได้ทั่วโลก 146 ล้านดอลลาห์ในตอนนั้น รวมถึงหนังเรื่องนี้นับว่าเป็นหนังเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลออสการ์มากถึง 11 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลที่มากที่สุดใน 14 รางวัลที่ประกาศผล โดยสถิตินี้เทียบเท่าภาพยนตร์เรื่อง ไททานิค และ ลอร์ดออฟเดอะริงส์: มหาสงครามชิงพิภพ ซึ่งคว้ารางวัล 11 รางวัลเช่นกัน

เบนเฮอร์ เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในยุคโรมัน โดยบอกเล่าผ่านตัวละครที่ชื่อว่า จูดา เบนเฮอร์ ทหารโรมันคนสนิทของ เมซซาล่า ที่เติบโตมาดุจเพื่อนและญาติมิตร แต่ทว่าในยุคดังกล่าวความขัดแย้งในเรื่องของศาสนาและการนับถือเทพเจ้าโรมันอุบัติขึ้นมา ชาวยิวที่มีความเชื่อว่าจะมีผู้ที่มาปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ ซึ่ง เบนเฮอร์ เองมีสายเลือดยิว และไม่ยอมทรยศต่อชาวยิว วันหนึ่งขณะที่แม่ทัพคนใหม่กำลังเคลื่อนขบวนจากเมืองเยรูซาเล็มมายังโรม ปรากฏว่าน้องสาวของเบนเฮอร์ทำกระเบื้องหล่นใส่แม่ทัพโดยไม่ตั้งใจ เบนเฮอร์รับผิดแทนน้องสาวและยอมถูกขังพร้อมกับทุกปลดไปเป็นทาสจนต้องพลัดพรากจากแม่และน้องสาวของตน เรื่องราวการผจญภัยที่การกอบกู้เกรียติยศของตนเองก็เริ่มขึ้น

ไททานิก Titanic

ไททานิก เป็นชื่อของภาพยนตร์แนว ดราม่า – ประวัติศาสตร์ ผลิตโดย ทเวนตีส์เซ็นจูรีฟ็อกซ์ และ พาราเมาต์พิกเจอส์ นำแสดงโดย ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ และ เคต วินสเลต กำกับโดย เจมส์ คาเมรอน ออกฉายในปี 1997 เรื่องราวประวัติศาสตร์ของ อาร์เอ็มเอส ไททานิค เรือโดยสารที่โด่งดังที่สุดยุคปี 1900 ซึ่งอัปบางลงในการเดินทางครั้งแรก ในปี 1912 นับว่าเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

ไททานิค ใช้ทุ่นสร้างสูงถึง 200 ล้านดอลลาห์สหรัฐ ซึ่งนับว่ามากกว่าทุ่นสร้างเรือไททานิคลำจริงเสียอีก โดยตัวภาพยนตร์บอกเล่าผ่านเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และความรักระหว่างหนุ่ม-สาว ต่างชนชั้น ซึ่งตัวหนังที่ออกฉายมาความยาว 3 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งออกฉายในวันที่ 24 ธันวาคม 1997 ไททานิคนับว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำรายได้สูงถึง 2.1 พันล้านดอลลาห์ และขึ้นอันดับ 1 หนังทำเงินสูงที่สุดตลอดกาลเป็นเวลาถึง 12 ปี ก่อนจะถูกล่มแชมป์โดยภาพยนตร์เรื่อง อวตาร ซึ่งกำกับโย เจมส์ คาเมรอน เช่นกัน แต่หากว่านำรายได้ในตอนนั้นมาคิดเป็นค่าเงินปัจจุบันจัดว่า ไททานิค ยังคงทำรายได้สูงกว่า อวตาร

ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ปี 1997 ไททานิคสามารถคว้ารางวัลมากถึง 11 รางวัล ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ต่อจาก เบนเฮอร์ ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ จากมีรายชื่อเข้าชิงรางวัล 14 รางวัลซึ่งมากที่สุดในการประกาศผล โดย เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้นับว่าเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาสร้างใหม่